โปรแกรม ERP กับ โปรแกรมบัญชี คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร?

โปรแกรม ERP กับ โปรแกรมบัญชี คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร?

โปรแกรม ERP กับ โปรแกรมบัญชี คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร?

เคยสงสัยไหมว่า โปรแกรม ERP แตกต่างกับ โปรแกรมบัญชี อย่างไร เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยกันอยู่ไม่น้อย เพราะทั้งสองซอฟต์แวร์นี้มีความเกี่ยวข้องกับงานบัญชีเหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร? ควรจะเลือกโปรแกรมอะไรให้เข้ากับธุรกิจของตัวเอง? เพื่อให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าสองประเภทนี้ต่างกันอย่างไร วันนี้ Prosoft เรามีคำตอบ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ โปรแกรม ERP และ โปรแกรมบัญชี กันก่อน

โปรแกรม ERP

ERP หรือ ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning คือ ระบบที่ใช้ในการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร มีจุดประสงค์เพื่อให้มีการบริหารและใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วยหลายๆ โมดูลเข้าด้วยกัน คลอบคลุมไปตั้งแต่ระบบสต๊อกสินค้า ระบบการจัดการงานขาย ระบบวางแผนการผลิต ระบบคลังสินค้า ซึ่งรวมไปถึงระบบบัญชี การเงิน ภาษีด้วย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโมดูลที่สำคัญของระบบ ERP โดยระบบงานบัญชีใน ERP จะเป็นตัวเชื่อมต่อข้อมูลให้กับฝ่ายอื่นๆ และฝ่ายบัญชีแบบ Real Time ช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ไม่ตกหล่น
โปรแกรม ERP ระบบ ERP คืออะไร

โปรแกรมบัญชี

โปรแกรมบัญชี คือ ซอฟต์แวร์บัญชี (Accounting software) เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับงานด้านบัญชีโดยเฉพาะ เช่น การจัดทำเอกสารและรายงานต่างๆทางบัญชีทั้ง ใบเสนอราคา ใบสั่งขาย ใบกำกับภาษี บัญชีภาษี การทำงบการเงินรายงานภาษีต่างๆ บัญชีรายรับรายจ่ายต่างๆ ของบริษัท แต่จะไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการทำงานส่วนอื่นๆ ขององค์กร
โปรแกรมบัญชี ซอฟต์แวร์บัญชี Accounting software คืออะไร

โปรแกรม ERP กับ โปรแกรมบัญชี แตกต่างกันอย่างไร?

1. ขนาดของซอฟต์แวร์

จากที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เนื่องจาก ระบบ ERP คลอบคลุมหลายๆ โมดูลไว้ด้วยกัน บริหารจัดการทุกอย่างขององค์กร จึงทำให้เป็นระบบมีขนาดใหญ่กว่า โปรแกรมบัญชี ที่เน้นเฉพาะงานด้านบัญชีอย่างเดียว

2. รายละเอียดและความซับซ้อน

ถ้าพูดถึงเรื่องรายละเอียดและความซับซ้อนของแต่ละบบ ก็ต้องบอกว่าระบบ ERP มีความซับซ้อนมากกว่า เพราะว่าเป็นระบบที่ใหญ่กว่า ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้งานได้ทำการบันทึกรายละเอียดเข้าไปในโมดูลหนึ่งแล้ว แล้วต้องนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ ด้วย ก็ต้องมีการเพิ่มข้อมูลที่มากกว่าโปรแกรมบัญชี ที่มีขอบเขตการทำงานค่อนข้างชัดเจนและตรงไปตรงมา ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและใช้งานง่ายกว่าระบบ ERP

3. ระยะเวลาการขึ้นงานและการเรียนรู้

ERP เป็นระบบที่มีโมดูลเฉพาะตัว จึงต้องมีกระบวนการที่เรียกว่า “การวางระบบ” หรือ “Implementation” โดยที่ทีมงานในองค์กรจะเข้ามาประชุมทำความเข้าใจกับลูกค้า ในเรื่องการของการวางระบบและขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมที่ใช้ระยะเวลาเข้าใจนาน แต่โปรแกรมบัญชี เป็นงานที่ผู้ทำบัญชีเข้าใจอยู่แล้ว ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก จึงทำให้ระยะเวลาเรียนรู้ใช้เวลาไม่นาน อาจมีการศึกษาเพิ่มเติมการใช้งานได้ด้วยตัวเองได้

4. ราคา

หากเปรียบเทียบเรื่องราคาของสองโปรแกรมนี้ ต้องยอมรับว่า โปรแกรม ERP มีราคาที่ค่อนสูงกว่า โปรแกรมบัญชี อย่างแน่นอน เพราะด้วยความที่โปรแกรม ERP เป็นระบบใหญ่ มีฟีเจอร์ที่ครบถ้วน จึงต้องใช้ต้นทุนที่สูงกว่า ทำให้หลายๆ องค์กรหันมาเลือกใช้โปรแกรมบัญชีเพื่อประหยัดต้นทุน

ถึงแม้โปรแกรมบัญชีจะมีฟีเจอร์ที่ไม่ครบถ้วนเท่าโปรแกรม ERP องค์กรต่างๆ ก็ได้พัฒนาซอฟต์แวร์บัญชีให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโปรแกรมบัญชี ERP แล้ว อย่างโปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed

โปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed
โปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed โปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ เทียบเท่าโปรแกรมบัญชี ERP ราคาประหยัด ครบทุกฟังก์ชัน เริ่มต้นจากการทำบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย วางแผนจัดซื้อ เปรียบเทียบราคา พยากรณ์ยอดขาย บริหารคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแบบฟอร์มครบถ้วน เช่น ใบเสนอราคา ใบสั่งขาย ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบวางบิล ใบรับสินค้า ใบจ่ายสินค้าออก โอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง หนังสือรับรอง หัก ณ ที่จ่าย รองรับการยื่นภาษีออนไลน์ เช่น ภงด. 3 ภงด. 53 ภพ.30 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์งบดุล งบกำไร(ขาดทุน) งบต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าได้แบบ Real Time ถูกต้องตรงตามหลักการบัญชีและกรมสรรพกร เหมาะสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปธุรกิจเหล็ก ธุรกิจบริหารคลังสินค้า ธุรกิจบริการ โรงงานประกอบ ธุรกิจอิมปอร์ตเอ็กซปอร์ต ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าโปรแกรม ERP กับ โปรแกรมบัญชี ทั้งสองโปรแกรมล้วนมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงช่วยงานด้านบัญชีอย่างเต็มที่ และอยู่บนพื้นฐานของซอฟต์แวร์ที่ช่วยเหลือการทำงานภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเลือกใช้โปรแกรมนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น ลักษณะของธุรกิจ ขนาดและข้อมูลขององค์กร งบประมาณที่มี แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราควรเลือกใช้โปรแกรมที่มีคุณภาพ ที่ง่ายต่อการใช้งาน และตอบโจทย์แก่องค์กรของเรามากที่สุด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น Prosoft หวังว่า จะเป็นประโยชน์ให้ผู้อ่านไม่มากก็น้อย และขอแนะนำ "โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปอย่าง Prosoft WINSpeed" ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรมของเรา โดยสามารถอ่านข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.prosoftwinspeed.com

ข้อมูลอ้างอิงจาก : , www.nexcloudsolution.com , www.asapproject.co

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆ ที่เกี่ยวกับงานบัญชี ได้ที่
บทความ: www.prosoftwinspeed.com
 3042
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบัน โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป ที่มีอยู่มีอยู่ในท้องตลาด ถูกผลิตออกมาอย่างมากมาย และธุรกิจก็ได้เติบโตขึ้นมากมายหลากหลายประเภท แล้วแบบนี้นักบัญชีและเจ้าของกิจการจะตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีอย่างไรให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง วันนี้ Prosoft เรามีคำตอบค่ะ
โปรแกรมบัญชี และ โปรแกรม ERP ล้วนแล้วแต่เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะช่วยบริหารจัดการงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานบัญชี ควบคุมการผลิต และจัดการคลังสินค้า เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่
โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป Prosoft WINSpeed ช่วยให้การสร้างเอกสารทางบัญชีนั้นเป็นเรื่องง่าย ลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา ช่วยออกเอกสารที่สำคัญ ปิดงบการเงินได้ง่ายๆ หมดกังวลกับปัญหาที่จะตามมา พร้อมฟังก์ชั่นดีๆอีกมากมาย
อุตสาหกรรมการผลิต เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเศรษฐกิจที่สำคัญมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ SMEs ทั้งขนาดเล็ก-ขนาดกลาง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายๆ เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์อย่าง โปรแกรมบัญชี กับ ระบบบริหารต้นทุนการผลิต (Job Cost) ที่ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรการผลิต
คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

ลูกค้าโปรซอฟท์ อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์ Prosoft Training Center
ติดต่อเรา

ติดต่อฝ่ายขาย

02-402-6117, 081-359-6920

sale@prosoft.co.th

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมบัญชี

02-096-4900 กด 2 (AUTO)

02-739-5902

support@prosoftwinspeed.com

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมเงินเดือน

02-096-4900 กด 3 (AUTO)

02-739-5903

support@prosofthrmi.com

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์