
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงเดือน มิ.ย. 2568 ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นหรือไม่ก็ตาม โดยการยื่นภาษีครึ่งปี 2568 นั้น เป็นการ ชำระภาษีไว้ล่วงหน้า ช่วยให้ผู้มีเงินได้ สามารถคาดการณ์จำนวนเงินได้ตลอดปีภาษีของตน จากเงินได้ในครึ่งปีแรกของตน เพื่อประเมินและวางแผนลดหย่อนภาษีก่อนที่จะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 อีกครั้ง หากไม่มีการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 อาจจะทำให้ผู้มีเงินได้ ไม่ได้เตรียมตัววางแผนทำให้ต้องชำระภาษีในการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 เป็นเงินจำนวนมาก ทำให้เป็นภาระสำหรับผู้มีเงินได้
ตั้งแต่ 1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2568 แต่ยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตได้ถึง 8 ต.ค. 2568
โดยผู้ที่มีเงินได้ 4 ประเภทดังกล่าวจะต้องมีเงินได้พึงประเมินตามจำนวนดังต่อไปนี้ จึงจะมีหน้าที่ยื่นภาษีครึ่งปี 2568 (ภ.ง.ด. 94)
หักลดหย่อนได้ จำนวน 30,000 บาท สำหรับกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หักลดหย่อนได้ จำนวน 30,000 บาท หากอยู่ในประเทศไทยเพียงคนเดียว หรือ 60,000 บาท หากอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
หักลดหย่อนได้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
หักลดหย่อนได้เฉพาะบุตรที่มีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี และยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา ดังนี้
หักลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท โดยบิดามารดา ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท แต่หากเป็นบุตรบุญธรรม ไม่สามารถหักลดหย่อนบิดามารดา
หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายไปจริง ในระหว่างเดือนม.ค. ถึง มิ.ย.ของปีภาษี โดยส่วนที่จ่ายไปไม่เกิน 10,000 บาท หักลดหย่อนได้เพียงครึ่งหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท ให้หักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 90,000 บาท
หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม สำหรับเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.ของปีภาษี
สำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายในระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.ของปีภาษี นำมาหักลดหย่อนได้ โดยส่วนที่จ่ายไปไม่เกิน 10,000 บาท หักลดหย่อนได้เพียงครึ่งหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท ให้หักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 90,000 บาท
หักลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายในเดือน ม.ค.-มิ.ย.
หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของตนเองและบิดามารดาของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้
หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับการตั้งครรภ์แต่ละคราวแต่ไม่เกิน 60,000 บาท หากจ่ายค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรของการตั้งครรภ์แต่ละคราวมิได้จ่ายในปีภาษีเดียวกัน ให้ได้รับสิทธิตามจำนวนที่จ่ายจริงในแต่ละปีภาษี แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60,000 บาท
หักลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
หักลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 13,200 บาท
หักลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนเงินที่ได้บริจาคจริงแต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนอย่างอื่น และเงินบริจาค สนับสนุนการศึกษาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
หักลดหย่อนได้ 2 เท่า ของจำนวนเงินที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่าย
หักลดหย่อนได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 10,000 บาท