
หลายคนอาจไม่รู้ว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” (VAT) ที่เราจ่ายออกไปทุกครั้งในการทำธุรกิจนั้น สามารถขอคืนภาษีได้ในบางกรณี ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะการขอคืนภาษี อย่างถูกต้องสามารถช่วยให้ธุรกิจมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ลดภาระต้นทุน และสร้างโอกาสในการขยายกิจการได้มากขึ้น
แต่การขอคืนภาษีไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีความรู้หรือเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร อาจนำไปสู่ความล่าช้า หรือถูกปฏิเสธคำขอได้
การเตรียมเอกสารรวมถึงขั้นตอนการขอคืนภาษีอย่างถูกต้องมีขั้นตอนดังนี้
ในการยื่นแบบ ภ.พ.30 แต่ละเดือน ผู้ประกอบการต้องระบุยอดภาษีซื้อ (Input VAT) และภาษีขาย (Output VAT) อย่างชัดเจน หากพบว่าภาษีซื้อมากกว่า ก็สามารถเลือก "ขอคืน" ได้
ในแบบฟอร์ม ภ.พ.30 จะมีตัวเลือกให้ “ขอคืน” หรือ “ยกยอดไปหักในเดือนถัดไป” หากเลือก “ขอคืน” ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม และต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจากสรรพากร
ในกรณีการขอคืนภาษีด้วยแบบ ภ.พ.30 ให้ยื่นคำร้อง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบรวมได้ **โดยแบบแสดงรายการภาษี (ฉบับปกติ) ต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ในกรณีการขอคืนภาษีด้วยแบบ ค.10 ให้ยื่นคำร้องที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ซึ่งสถานประกอบการตั้งอยู่ หรือที่กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (เฉพาะกรณีที่กิจการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น) (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)
หลังจากยื่นคำขอแล้วสามารถตรวจสอบสถานะผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร หรือสอบถามที่สำนักงานที่ยื่นคำขอ โดยปกติจะใช้เวลาพิจารณาแล้วแต่กรณี หากพบว่าขาดเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบ อาจถูกแจ้งให้ชี้แจงเพิ่มเติม
หากผลการตรวจสอบพบข้อผิดพลาด หรือหากผู้ประกอบการไม่เห็นด้วยกับผลการคืนภาษี สามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์โดยใช้แบบฟอร์มคำอุทธรณ์ (ภ.ส.6) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้
6.1 ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคืนภาษี (ค.20) หรือหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากร (ค.30)
6.2 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.72/ ภ.พ.72.1) หรือหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.72/ ภ.พ.73.1)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและควรหลีกเลี่ยง
เคล็ดลับเพื่อการขอคืน VAT ที่มีประสิทธิภาพ
สรุป การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นหนึ่งในสิทธิของผู้ประกอบการที่สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องอาศัยความรู้ ความรอบคอบ และการจัดเตรียมเอกสารที่ถูกต้อง หากเข้าใจขั้นตอนอย่างครบถ้วน และวางแผนภาษีได้อย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการจะสามารถใช้สิทธินี้ได้อย่างเต็มที่ สามารถลดต้นทุน เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน และสร้างโอกาสในการขยายกิจการได้อย่างมั่นคงอีกด้วย
Cr. www.bangkokbiznews.com