การ Feedback ที่ตรงเป้าและเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

SERVICES

สอบถามทุกเรื่องขอคำแนะนำ การใช้งาน และปรึกษา การแก้ปัญหา การใช้งานต่างๆ

การ Feedback ที่ตรงเป้าและเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

ปัจจุบันคนไทยมักใช้คำว่า Feedback เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปแล้ว เพราะสื่อความหมายได้ชัดเจนกว่า เพราะหากให้เลือกใช้คำไทยนั้นอาจมีหลายความหมาย อาทิ“การตอบกลับ” “ข้อเสนอแนะ”ไปจนถึง“คำติชม” ซึ่งคำว่า Feedback นั้นก็สามารถสื่อความหมายรวมๆ กันของภาษาไทยได้เป็นอย่างดีทีเดียว



ประเภทของการให้ฟีดแบ็ก

1. Positive Feedback การฟีดแบ็กเชิงบวก เน้นให้กำลังใจหรือกล่าวชื่นชม

2. Corrective Feedback ฟีดแบ็กประเภทนี้ไม่ใช่การกล่าวโทษ แต่เป็นการชี้แจงในสิ่งที่คนถูกฟีดแบ็กทำผิด พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง

องค์ประกอบของการให้ฟีดแบ็กที่ดี

  • มีความถี่สม่ำเสมอ
  • กำหนดเป้าหมายชัดเจน
  • เป็นการสื่อสารสองช่องทาง
  • เคารพซึ่งกันและกัน

ช่วงเวลาที่เหมาะสม

  • กำหนดวันนัดหมายที่ชัดเจน เช่น ทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน
  • On The Spot Feedback คือการฟีดแบ็กใครคนใดคนหนึ่ง หลังจากเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นไม่นาน ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เหมาะสม เช่น

1. เมื่อมีเหตุการณ์ที่คนหนึ่งสมควรได้รับคำชื่นชม

2. เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น และถ้าไม่รีบให้ฟีดแบ็กจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

3. เมื่อถึงโอกาสที่ดีในการทำให้คนหนึ่งได้พัฒนาทักษะหรือชุดความคิด

4. เมื่อมีประเด็นที่เป็นเรื่องใหม่ขึ้นมา ซึ่งต้องการสื่อสารมากๆ และมีคนหนึ่งที่ต้องการการดูแลให้ข้อมูลเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

  • เมื่อผู้ฟังไม่อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะรับฟัง
  • เมื่อตัวคนให้ฟีดแบ็กไม่มีความอดทนมากพอ หรืองานยุ่งเกินไป เพราะการให้ ฟีดแบ็กต้องโฟกัสที่ผู้ฟัง 100%
  • เมื่อตัวคนให้ฟีดแบ็กยังไม่รู้ทางออกหรือเป้าหมายปลายทางที่หวังให้เกิด 

วิธีฟีดแบ็กเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนฟังมากที่สุด

  • เตรียมข้อมูลให้มากที่สุด อาจไม่ครอบคลุมทุกเรื่อง แต่ต้องรอบคอบทุกเรื่องที่จะเรียกมาพูดคุย
  • ต้องลิสต์สิ่งที่จะพูดให้พร้อมก่อนเริ่มฟีดแบ็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องออกนอกประเด็น
  • ต้องเตรียมตัวเป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมสื่อสารสองทาง
  • มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะพูดอะไรในการให้ฟีดแบ็ก
  • ไม่ด่วนตัดสินพฤติกรรม รับฟังอย่างเข้าใจและพร้อมรับฟังสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับฟัง 

ขั้นตอนการพูดคุยให้เกิด Corrective Feedback ที่ Productive

  • ขั้นที่ 1 เล่าข้อเท็จจริงให้ฟังก่อนว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
  • ขั้นที่ 2 เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวในุมมองของตัวเอง
  • ขั้นที่ 3 อธิบายข้อเท็จจริงเรื่องกฎ ข้อบังคับ หรือสิ่งที่ทำได้หรือทำไม่ได้ในองค์กร
  • ขั้นที่ 4 ระดมไอเดียกันเพื่อหาทางออก ป้องกันการเกิดปัญหาเดิมอีกในอนาคต

ระดับการเปลี่ยนแปลงหลังทำฟีดแบ็กมีอยู่ 2 แบบ

1. สิ่งที่เปลี่ยนแปลงง่าย หากฟีดแบ็กเรื่องเกี่ยวกับทักษะในการทำงาน วิธีบริหารเวลา หรือส่งเสริมองค์ความรู้ใหม่ๆ หลังจากได้แนวคิดแก้ไขแล้ว เป็นสิ่งที่สามารถปรับปรุงต่อยอดได้ทันที เช่น ส่งพนักงานไปลงคอร์สเพิ่ม ส่งเสริมระบบฝึกอบรม หรือให้เขาลองจัดสรรเวลาทำงานให้ดีขึ้น

2. สิ่งที่เปลี่ยนแปลงยาก หากพูดถึงเรื่องที่เจาะลึกลงไปในวิธีคิด เช่น ทัศนคติในการทำงานเป็นทีม การพูดคุยแนะนำปกติไม่สามารถนำไปสู่การพัฒนาได้ แถมยังอาจทำให้เกิดความคับข้องใจตามมา ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารควรทำคือการกำหนดนโยบายขึ้นมาให้พนักงานทำตามนั่นเอง

ข้อแนะนำกับการให้ Feedback

  1. ต้องเป็น Active Listening ฟังอย่างตั้งใจ เก็บโทรศัพท์มือถือ ไม่เช็กอีเมล หรือแสดงภาษากายต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้ให้ความสนใจผู้พูด
  2. ต้องเป็น Active Speaker คอยสังเกตว่าผู้ฟังมีภาษากายที่อาจไม่พอใจ หรือไม่เข้าใจอะไรกับสิ่งที่พูด สามารถถามความรู้สึกหรือการรับรู้ของผู้ฟังเพื่อปรับปรุงการพูดได้
  3. ต้องเช็กให้แน่ใจว่าคุณและคู่สนทนาเห็นภาพเดียวกัน
  4. ต้องมี Action Plan เพื่อให้ทราบว่าต้องทำอะไรต่อหลังจากนี้ ที่สำคัญคือต้องทำให้รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่คุณและอีกฝ่ายคิดมาด้วยกัน ไม่ใช่การบังคับจากฝ่ายเดียว

สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิก!!


ที่มา : thestandard.co
 44776
ผู้เข้าชม
คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

ลูกค้าโปรซอฟท์ อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์ Prosoft Training Center
ติดต่อเรา

ติดต่อฝ่ายขาย

02-402-6117, 081-359-6920

sale@prosoft.co.th

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมบัญชี

02-096-4900 กด 2 (AUTO)

02-402-8107

support@prosoftwinspeed.com

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมเงินเดือน

02-096-4900 กด 3 (AUTO)

02-402-8138

support@prosofthrmi.com

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์