12 ธุรกิจทำเงิน แม้คุณนอนหลับ

12 ธุรกิจทำเงิน แม้คุณนอนหลับ

 
Warren Buffett สุดยอดกูรูด้านการเงินระดับโลกเคยกล่าวว่า “ถ้าคุณยังไม่พบวิธีหาเงินขณะหลับได้ คุณก็จะต้องทำงานไปจนวันตาย” หลายคนอาจย้อนแย้งว่าคำพูดนี้เอามาใช้กับทุกคนไม่ได้ ต้นทุนชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน เศรษฐีบางคนไม่ต้องทำงาน มีเงินลงทุน เขาใช้เงินทำงานตอนเขาหลับได้ แต่กับคนธรรมดาทั่วไปจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง แต่ถ้ามองในอีกด้านหนึ่งเศรษฐีเหล่านี้เขารวย รวย และรวย ไม่ใช่เพราะต้นทุนชีวิตเขาดี แต่ “วิธีคิดของเขานั้นแตกต่าง”
 
ตัวอย่างของเศรษฐีผู้ใช้เงินทำงาน เช่น Jeff Bezos ที่สามารถหาเงินประมาณ 4,474 ,885 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 145 ล้านบาท) ต่อชั่วโมง คิดดูว่าถ้า Jeff Bezos นอนประมาณ 7 ชั่วโมงเท่ากับว่าช่วงเวลาที่เขานอนจะมีรายได้ประมาณ 31,000,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท) 


Jeff Bezos (ซ้าย) และ Mark Zuckerberg (ขวา)
ภาพจาก bit.ly/35jtvmI
 
หรือถ้ายังไม่ชัดลองไปดูของ Mark Zuckerberg เจ้าพ่อเฟสบุ๊คที่ทำเงินได้ราว 1,712,328 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในขณะที่เขาหลับ เฟสบุ๊คก็ยังทำงานและทำให้เขามีเงินเข้ามาในขณะนอนหลับ 11,000,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 390 ล้านบาท
 
แม้จะดูว่าตัวเลขเหล่านี้สวยงามและน่าสนใจมากแต่สำหรับคนธรรมดาคงไม่ได้ใฝ่ฝันให้มีเงินไหลเข้าบัญชีขณะหลับเป็นร้อยล้านพันล้านแบบนี้ แค่ขณะที่เราหลับแล้วธุรกิจของเรายังทำงานต่อได้และทำให้เรามีเงินมาหมุนเวียนใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่ขาดมือก็ดูจะเป็นผลสำเร็จที่ดีเกินคาด ถ้างั้นลองมาดูกันว่า คนธรรมดาแบบบ้านๆ อย่างเราจะมีธุรกิจไหนให้ทำเงินขณะเรานอนหลับได้บ้าง

1. ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ

การลงทุนกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อชัดเจนว่าธุรกิจนี้ทำงานตลอด 24 ชม. ดังนั้นรายได้มีเข้ามาตลอดแม้กระทั่งตอนที่เรานอนหลับ สิ่งสำคัญคือการวางระบบให้ “ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ” ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลเพราะปัจจุบันมีระบบแฟรนไชส์ให้เราเลือกลงทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 7-eleven , เฟรชมาร์ท และร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นๆ ข้อดีคือ แฟรนไชส์เหล่านี้มีทีมงานมืออาชีพที่จะวางระบบให้ธุรกิจของเราเดินหน้าได้ตลอด 24 ชม. มั่นใจได้ว่าทุกๆนาทีจะมีเงินหมุนเวียนและมีรายได้เข้ามาในกระเป๋าของผู้ลงทุนได้แน่นอน
 
2. ลงทุนในตลาดหุ้น
คำว่าเงินทำงานน่าจะเข้ากับรูปแบบการลงทุนในตลาดหุ้นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งเศรษฐีหลายคนก็เลือกที่จะเอาเงินมาลงทุนในด้านนี้แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการลงทุนในตลาดหุ้นก็จำเพาะไว้สำหรับคนที่มีความรู้และมีทักษะในการลงทุนเป็นอย่างดี การเริ่มต้นลงทุนอาจจะไม่ใช้เงินจำนวนมาก แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ สำหรับมือใหม่ทั้งหลายขอแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามจากธนาคารหรือโบรคเกอร์ต่างๆที่เขาจะแนะนำการลงทุนให้กับเราได้
 
3. ลงทุนอสังหาริมทรัพย์
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทำเงินให้เราได้แม้ในขณะหลับ ซึ่งก็มีรูปแบบในการลงทุนที่แตกต่างกันไป บางรายเลือกซื้อคอนโด อพาร์ทเม้น หรือแม้แต่บ้านจัดสรร แล้วปล่อยให้คนเช่า ซึ่งก็จะมีรายได้เป็นค่าเช่าในแต่ละเดือนเหมือนให้คนเช่าเป็นคนช่วยส่งบ้านให้เราแทนอีกทางหนึ่งด้วย หรือบางคนเลือกลงทุนในรูปแบบของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นตัวกลางในการ ซื้อ ขาย ให้เช่า โดยได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นผลตอบแทน ซึ่งปัจจุบันมีแฟรนไชส์ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจ เช่น รีแม็กซ์ (ประเทศไทย) ที่เขามีระบบในการสร้างธุรกิจนายหน้าให้กับผู้ลงทุนมีรายได้เป็นอย่างดี
 
4. รายได้จากรูปถ่ายออนไลน์
สมัยนี้มีเว็บที่เกี่ยวกับภาพถ่ายออนไลน์มากมาย เช่น Shutterstock หรือ iStockPhoto เป็นต้น เราสามารถถ่ายภาพได้แบบไม่จำกัดและสามารถอัพโหลดภาพเหล่านั้นลงในเว็บไซต์ดังกล่าว หากผลงานของเราถูกใจคนที่มาเข้าชมก็จะมีรายได้ส่วนเป็นการแบ่งรายได้กันระหว่างคนถ่ายภาพและเว็บไซต์ งานนี้ไม่ได้จำกัดว่าต้องมืออาชีพ เป็นมือสมัครเล่นแต่รู้วิธีการก็หาเงินจากรูปถ่ายได้เช่นกัน

 
5. ขายสินค้าออนไลน์
ยุคนี้น่าจะเป็นวิธีสร้างรายได้แม้ตอนหลับได้ดีที่สุด ยิ่งใครที่มีความรู้ในการสร้างเว็บไซต์ก็สามารถหาสินค้ามาขายในเว็บไซต์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า รายได้จากสินค้าที่ขายได้ก็แบ่งเป็น % จากเจ้าของสินค้าจริง ๆ
โดยรายใหญ่ ๆ อันดับ 1 ของโลก คือ amazon.com แต่ถ้ามองหาสินค้าออนไลน์แบบนี้ยากไป คู่แข่งเยอะลองเลือกพวก Dropship หรือ Pre-order ที่ทำได้ง่ายกว่าและมีเว็บไซต์มากมายที่ช่วยเหลือเราได้ในการทำธุรกิจนี้
 
6. ธุรกิจเครือข่าย (MLM)
หลายคนเห็นวิธีการสร้างรายได้แบบนี้ถึงกับเบือนหน้าหนีทั้งที่ความจริงธุรกิจเครือข่ายก็ไม่ได้โหดร้ายไปทั้งหมด สำคัญคือเราต้องศึกษาโครงสร้างของแต่ละบริษัทให้ดี เลือกรูปแบบธุรกิจขายตรงที่ไว้ใจได้ และถ้าใครสามารถสร้างลูกทีมของตัวเองให้ทำงานได้ จะเป็นจุดเริ่มของคำว่า “สุดยอด” ในสายอาชีพนี้ เพราะแม้แต่ในขณะที่เราไม่ได้ทำงาน ในขณะที่เรานอนหลับ ก็จะมีลูกทีมในการทำงานให้กับเรา และยิ่งลูกทีมเก่ง เครือข่ายเราก็มากขึ้น เท่ากับเป็นการสร้างรายได้ให้กับเรามากขึ้นเป็นห่วงโซ่แบบไม่รู้จักจบสิ้น
 
7. สร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์
เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการทำเงินแม้ในขณะที่เราไม่ได้ทำงาน ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความนิยมจากผู้คนจำนวนมาก ข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์คือไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่ต้องวางรูปแบบธุรกิจด้วยตัวเอง มีคนคอยสนับสนุนและดูแลให้อย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งยังเหมือนมีที่ปรึกษา และมีอุปกรณ์การลงทุนให้กับเรา หรือถ้าจะให้ดีหากใครที่มีธุรกิจของตัวเองจะลองเอามาเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ก็จะช่วยให้มีโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้นซึ่งปัจจุบันมีคอร์สเรียนน่าสนใจเกี่ยวกับ แฟรนไชส์มากมายให้เลือกเรียน เช่น หลักสูตรแฟรนไชส์ สตาร์ทอัพ , หลักสูตรแฟรนไชส์ ธุรกิจอาหารขนาดเล็ก , หลักสูตร การขยายแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบ เป็นต้น

8. บริการตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ
สำหรับใครที่บอกว่าการลงทุนด้วยเงินมากๆ ไม่เหมาะกับตัวเอง ลองเปลี่ยนความคิดและเปลี่ยนพื้นที่หน้าบ้านให้มีรายได้กับตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ ที่ปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นตู้น้ำหยอดเหรียญ , ตู้เติมเงิน , หรือแม้แต่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ซึ่งมีหลายแบรนด์ให้เลือกลงทุน และธุรกิจเหล่านี้จะมีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำแนะนำว่าเราควรทำอะไรแบบไหนอย่างไร การลงทุนกับตู้หยอดเหรียญก็เป็นอีกหนึ่งวิธีหารายได้แม้ยามที่เรานอนหลับอยู่
 
9. สร้างรายได้จาก Blog
เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยขั้นตอนง่ายๆ และเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ไม่สูงมากเริ่มจากการซื้อโดเมนของตัวเอง ที่เราอาจต้องเรียนรู้ในการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจในการสร้างสรรค์บทความและแบ่งปันเนื้อหาเพื่อสร้างบล็อกที่น่าติดตาม สำหรับขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มต้นสร้างรายได้พิเศษจากบล็อก ได้แก่ สร้างรายได้จากหาคอมมิชชั่นจากพันธมิตร การสร้างการผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆให้เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ขายสินค้า หากเว็บไซต์เราได้รับความนิยมและน่าติดตามอย่างโดดเด่นเป็น Website Traffic ก็สามารถขายโฆษณาบนเว็บไซต์ของเราได้ หาสปอนเซอร์ เป็นส่วนหนึ่งในการได้รับการสนับสนุนจากโลโก้บนเว็บไซต์ของเราซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการขายโฆษณา
 
10. ธุรกิจให้เช่าทรัพย์สิน
เราอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของ Airbnb ที่เปลี่ยนห้องว่างหรือบ้านของเราให้กลายเป็นห้องพักของนักท่องเที่ยวและหลายคนก็สร้างรายได้จากธุรกิจนี้ ซึ่งหากจะต่อยอดรูปแบบธุรกิจนี้ก็มีอีกหลายอย่างที่เราสามารถซื้อเป็นเจ้าของแล้วปล่อยให้คนอื่นเช่าได้ เช่น รถยนต์ ป้ายโฆษณา รถจักรยาน มอเตอร์ไซด์ ฯลฯ เหล่านี้เราสามารถให้คนอื่นเช่าและสร้างรายได้คืนกลับมาให้เราได้ แต่ก็ต้องมีการวางระบบที่ปลอดภัยจากผู้เช่าว่าทรัพย์สินของเราจะไม่เสียหาย สูญหาย ก็ขึ้นอยู่กับการวางโครงสร้างในการบริหารจัดการด้วย

11. สร้างรายได้จาก E-book
การสร้างรายได้อีกรูปแบบคือการเขียนหนังสือ ที่จะมีโอกาสได้ค่าลิขสิทธิ์จากการพิมพ์จำหน่าย แต่ในยุคนี้คงต้องพูดถึง E-book ที่น่าจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้มากกว่า แต่งานนี้สงวนไว้สำหรับคนที่ใจรักในการเขียนและมุ่งมั่นตั้งใจจริงเพราะ E-book เล่มเดียวไม่อาจสร้างรายได้ให้กับเรา สำคัญคือการเขียนอย่างสม่ำเสมอ และเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจวิธีการที่จะมีรายได้จาก E-book มากๆคือ เราจะต้องออกหลายเล่ม และทำการตลาดโดยเฉพาะContent Marketing เพื่อดึงดูดคนที่สนใจกลายมาเป็นลูกค้า ซึ่งสเน่ห์อย่างหนึ่งของ E-book คือ เป็น Passive Income เช่นเดียวกับ สินค้าดิจิทัล อีกหลายตัวที่เราไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องเสียค่าจัดส่ง สามารถเซ็ตระบบการสั่งซื้อและจัดส่งแบบอัตโนมัติได้ ตัวอย่างของคนที่มีรายได้จาก E-book เช่นคุณพอล ของ CEOBlog ที่ทำ E-book ออกมาให้คนไทยได้อ่านหลายเล่มแถมยังเผยแพร่วิชาความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการเขียน E-book ด้วย หรือจะเป็น Entrepreneur | How to Publish a Book ของ Guy Kawasaki มาเป็นภาษาไทย ผสมกับประสบการณ์ของตนเองมาให้คนที่สนใจได้นำไปปรับใช้กัน เป็นต้น
 
12. YouTuber
การเป็น YouTuber สามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทางด้วยกัน จากจำนวนยอดวิวที่จะได้จากทาง YouTube เอง หรือจากการรีวิวโฆษณาสินค้าให้กับสปอนเซอร์ต่าง ๆ และต่อยอดไปเป็นผู้บรรยาย และทำสินค้าออกมาขายในแบรนด์ของเรา การนับจำนวนวิว 1 ล้านวิว ทาง YouTube จะทำการนับจากยอดวิวของทุกคลิปในช่องนั้น ๆ ของคุณ โดยจะทำการนับในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งยอดเงินที่จะได้จากการทำช่องภาษาไทย จะอยู่ที่ 8,000 – 12,000 บาท ขึ้นอยู่กับแนวของช่องนั้น ๆ ด้วย แต่ก็จะอยู่ในช่วงนี้แหละครับ ไม่แตกต่างกันมากนัก

สำหรับการรีวิวสินค้า สำหรับมือใหม่ ให้คิดเรทในการรับงาน เรื่มต้นที่ 5,000 บาท เป็นต้นไปได้เลย ส่วนค่าตัวในการรับงานบรรยายก็อาจจะแล้วแต่ผู้จ้างว่ามาจากหน่วยงานองค์กรไหน  แต่อย่างไรก็ตามการเป็น YouTuber ใช่ว่าใครนึกจะเป็นแล้วก็เป็นได้ นี่คืออาชีพที่ทำเงินได้จริงแต่ต้องอาศัยความอดทน และมุ่งมั่นตั้งใจ รวมถึงใช้ระยะเวลาในการรอคอยความสำเร็จกว่าจะได้เงินก้อนแรกก็อาจต้องเหนื่อยในการทำคลิปโดยเฉพาะช่วงแรกๆของการเริ่มต้น
 
ทั้งนี้การสร้างรายได้แบบใช้เงินต่อเงิน หรือการสร้างรายได้แบบ Passive income ดูจะเป็นแนวทางที่หลายคนสนใจซึ่งก็ควรจะเลือกให้มีความเหมาะสมกับตัวเองเพราะการสร้างรายได้ในแต่ละวิธีก็มีรูปแบบที่แตกต่างกัน บางคนอาจทำได้ดีในขณะที่บางคนอาจทำไม่ได้ สำคัญคือต้องรู้จักปรับวิธีลงทุนเหล่านี้ให้เหมาะสมกับความเป็นตัวของเราเองและเลือกวิธีลงทุนที่แน่ใจว่าเราจะทำได้เพื่อให้เป็นวิธีการหารายได้ที่เพิ่มรายได้ให้กับเราได้อย่างแท้จริง
 
ที่มา www.thaifranchisecenter.com
 53304
ผู้เข้าชม
คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

ลูกค้าโปรซอฟท์ อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์ Prosoft Training Center
ติดต่อเรา

ติดต่อฝ่ายขาย

02-402-6117, 088-258-3131

sale@prosoft.co.th

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมบัญชี

02-739-5902

support@prosoftwinspeed.com

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมเงินเดือน

02-739-5903

support@prosofthrmi.com

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์