5 วิธีปรับ Digital Marketing ไทยให้ทันต่างชาติ

5 วิธีปรับ Digital Marketing ไทยให้ทันต่างชาติ

ปัจจุบันแบรนด์ต่าง ๆ หันมาทำ Digital Marketing เพราะต้องปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้บริโภค

โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น วัยทำงาน ต่างก็นำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าทั้งสิ้น

ทั้ง Social Media และ Platform อื่น ๆ

 

Digital Marketing นั้นมีอัตราการเติบโตมากขึ้นทั่วโลก ทั้งในตลาดชั้นนำ เช่น อเมริกา และยุโรป

สำหรับในประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่Trend ของ Digital Marketing เพิ่งเข้ามาทีหลัง

เราจึงยังมีอะไรที่ต้องพัฒนา เพื่อให้ทัดเทียมกับตลาดชั้นนำ วิธีเบื้องต้นที่จะช่วยให้ธุรกิจ

ของเราพัฒนาการใช้ Digital Marketing ได้มีดังนี้

 1. เก็บ Data เพื่อนำไปต่อยอด

 ปัจจุบันการทำ Digital Marketing นั้นให้ความสำคัญกับการเก็บ Data มาก เพราะ Data จะเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์

ให้กับธุรกิจเราอย่างแท้จริง หลายบริษัทในไทยยังไม่มีการเก็บ Data อย่างเป็นระบบ ขายของได้แล้วก็จบกันไป

การทำ Digital Marketing ที่ได้ประสิทธิภาพนั้นต้องมีการเก็บ Data ทั้งข้อมูลโปรไฟล์ลูกค้า การเข้าชมเว็บไซต์

การค้นหาสินค้าต่าง ๆ และประวัติการซื้อของ แล้วนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า

และปรับปรุงธุรกิจเราต่อไปให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต เช่น การติด Code ของ Google Analytics

เพื่อติดตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา

 

2. พัฒนา UX/UI ของแบรนด์

 หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า UX/UI ซึ่งย่อมาจาก User Experience และ User Interface การทำ Digital Marketing

ในต่างประเทศนั้นให้ความสำคัญกับ UX/UI มาก เพราะการมี User Interface ที่ดี ทำให้แบรนด์สามารถสร้าง User Experience

ที่น่าพึงพอใจ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ การพัฒนา UI อาจเริ่มจากการปรับปรุงหน้าตา

ของแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ให้สวยงาม โดยการจ้าง UX/UI Designer มาช่วยออกแบบ แต่ความสวยงามอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ

เราต้องพัฒนาระบบการทำงานให้ราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบโดยอาศัย Develper เข้ามาช่วย เพื่อสร้าง UX ที่ดีให้กับผู้เข้าชม

เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถอยู่ในเว็บไซต์ของเราได้นาน

 

3. วางแผน Content Strategy

Content เป็นเหมือนตัวเชื่อมแบรนด์กับลูกค้า ถึงจะมีหน้าตาเว็บไซต์ที่สวยงามแค่ไหน แต่ถ้า Content ไม่น่าสนใจก็ไม่ได้ไปต่อ

ฉะนั้นการวางกลยุทธ์ของ Content ในแต่ละเดือนนั้น เราต้องวางแผนให้ดีว่า Content ที่แบรนด์เราทำนั้นจะสามารถตอบโจทย์

เรื่องภาพลักษณ์แบรนด์ จุดประสงค์ทางการตลาด และให้คุณค่ากับลูกค้าได้อย่างไร การจะสร้าง Content ที่ดีได้นั้น

เราต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายให้ถ่องแท้เสียก่อน จากนั้นถึงจะมาคิดว่าเราควรนำเสนอ Content อย่างไรให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

เช่น เป็นภาพ Banner วิดีโอ และบทความ รวมไปถึงการเลือกใช้คำให้เหมาะสม สิ่งสุดท้ายคือมีการวัดผลเสมอว่า

Content ที่เราปล่อยออกไปมีผลตอบรับอย่างไร เพื่อเอาไปปรับปรุงแก้ไข Content ต่อ ๆ ไปในอนาคต

 

4. ทำระบบ CRM

การทำ CRM นั้นสำคัญมาก เพราะเป็นการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่า ซึ่งช่วยสร้างประโยชน์ให้กับแบรนด์อย่างมาก

เพราะการทำให้ลูกค้าเก่าที่รู้จักแบรนด์เราอยู่แล้วกลับมาซื้อซ้ำนั้น ช่วยประหยัดต้นทุนกว่าการหาลูกค้าใหม่ ฉะนั้น

เราควรมีระบบ CRM ทีดีเพื่อช่วยในการดูแลลูกค้าหลังการขาย ทั้งการตอบคำถาม หรือส่งข้อมูลสินค้าใหม่ ๆ ไปให้

นอกจากนี้ยังง่ายต่อระบบภายในในการส่งต่อข้อมูลลูกค้าระหว่าง Sales และแผนกอื่น ๆ เวลามีปัญหา

ทำให้แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจในแบรนด์แล้วกลับมาซื้อซ้ำในที่สุด

 

5. หาคนที่เหมาะสมมารับผิดชอบงาน

นี่คือสิ่งสำคัญพื้นฐานที่หลายบริษัทละเลย การทำ Digital Marketing ในไทย หลายบริษัทยังเป็นแบบใช้พนักงานหนึ่งคน

ทำหน้าที่หลาย ๆ อย่างซึ่งคนนั้นอาจจะไม่ได้ชำนาญงานทุกด้านที่ได้รับมอบหมาย บริษัทต่างชาติให้ความสำคัญ

กับการหาคนที่เหมาะสมมาทำงานในทีม ดั่งคำพูดที่ว่า“Put the right man on the right job” คือการหาคนที่เป็น

Specialist หรือชำนาญในด้านนั้น ๆ มาดูแลงานโดยตรง เพื่อให้งานออกมา

อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้บริษัทให้เติบโตพัฒนาอย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

 1004
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่อยากให้ธุรกิจสะดุด เงินสดขาดมือช่วง Low Season ใช้เทคนิคง่ายๆ นี้ ช่วยบริหาร Cash Flow
เคยสงสัยไหมว่าใกล้สิ้นเดือนทีไร ยอดเงินคงเหลือในบัญชีแทบไม่มีเลย หรือบางคนอาจหมดตั้งแต่ต้นเดือนกันเลยทีเดียว เพราะรายจ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็นของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งรายจ่ายที่ไม่จำเป็นสำหรับบางคน อาจเป็นรายจ่ายที่จำเป็นสำหรับบางคนก็ได้ เช่น คนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับกราฟิก จะมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือคนที่ทำงานเป็นช่างภาพ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก็จะเป็นเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป ฯลฯ นอกจากรายจ่ายที่ต้องชำระเป็นประจำทุกเดือนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกที่ส่งผลให้ยอดเงินคงเหลือในบัญชีหดหาย อาทิ ค่ากาแฟ ค่าเครื่องสำอาง ค่าเสื้อผ้า สลากกินแบ่ง ค่าซ่อมบำรุงรถ รวมไปถึงค่าธรรมเนียม และค่าสมัครสมาชิกบัตรต่าง ๆ ด้วย เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายบางอย่างในแต่ละวัน อาจดูเป็นเพียงจำนวนเงินเล็กน้อยเท่านั้น และเป็นจำนวนที่เรามักไม่ให้ความสำคัญกับมันมากนัก จึงทำให้มีช่องโหว่ทางการเงิน กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองไปอย่างไม่ทันรู้ตัว และไม่รู้ว่าต้องสูญเสียไปอีกเท่าไรถึงจะรู้สึกตัว
ทุกธุรกิจจะต้องจัดทำบัญชีขึ้นมาเพื่อนำไปยื่นเสียภาษี ยื่นกู้เงิน และเพื่อเป็นการตรวจสอบรายการรายรับรายจ่ายให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เนื่องจากการทำบัญชีเดียวทำให้สรรพากรสามารถตรวจสอบบัญชีได้ง่ายกว่าและเป็นการทำบัญชีที่สุจริตที่ใคร ๆ ก็สามารถเห็นที่มาการเข้าออกของเงินได้อย่างสุจริต และไม่เป็นการจงใจหลีกเลี่ยงภาษี
คงต้องยอมรับว่าคุณเองก็ชอบซื้อของออนไลน์เหมือนกันใช่ไหม หรือบางทีคุณเองก็ค้าขายบนโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน กระบวนการซื้อขายสินค้าแบบออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากหรือเป็นเรื่องใหม่อีกต่อไป เพราะการค้าขายแบบออนไลน์มีข้อดีคือสามารถค้นหาสินค้าได้หลากหลาย มีแทบทุกอย่างที่ต้องการ สะดวกสบาย ทำได้ทุกที่ทุกเวลา มีโปรโมชันตลอดทั้งปี ราคาถูกกว่าหน้าร้านด้วยซ้ำ มีระบบการจัดส่งที่รวดเร็ว ที่สำคัญคือมีวิธีการจ่ายเงินที่เรียกว่าสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

คอร์สอบรมการใช้งานโปรแกรม

ลูกค้าโปรซอฟท์ อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์ Prosoft Training Center
ติดต่อเรา

ติดต่อฝ่ายขาย

02-402-6117, 081-359-6920

sale@prosoft.co.th

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมบัญชี

02-096-4900 กด 2 (AUTO)

02-739-5902

support@prosoftwinspeed.com

ติดต่อฝ่ายบริการ โปรแกรมเงินเดือน

02-096-4900 กด 3 (AUTO)

02-739-5903

support@prosofthrmi.com

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์